วิ่งลดไขมันพอกตับได้ พร้อมเคล็ดลับเลือกกินให้ถูกวิธี

วิ่งลดไขมันพอกตับได้ พร้อมเคล็ดลับเลือกกินให้ถูกวิธี

แชร์ได้เลยค่ะ

ว่ากันด้วยเรื่อง โรคไขมันพอกตับ (Fatty Liver Disease) โรคนี้ไม่ใช่โรคใหม่ แต่อยู่คู่กับมนุษย์ทั่วทั้งโลกมานานแสนนาน และน้อยคนนักที่จะทราบว่า โรคไขมันพอกตับนี้ สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศ ทุกวัย หากใช้ชีวิตอย่างประมาท อย่าคิดแต่ว่าไขมันพอกตับเกิดจาก คนที่ดื่มแอลกอฮอล์เท่านั้น เพราะคนไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ก็สามารถเป็นได้ ซึ่งระยะสุดท้ายของผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ จะกลายเป็นโรคตับแข็ง หรือ โรคมะเร็งตับได้ในที่สุด ดังนั้นวิธีดูแลตัวเองง่ายๆ ด้วยการเลือกรับประทานอาหารอย่างถูกหลักโภชนาการ และ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น วิ่งลดไขมันพอกตับ คือการลดความเสี่ยง ต่อการเกิดโรคไขมันพอกตับ ได้ดีที่สุด

วิ่งลดไขมันพอกตับวันละนิด ขยับร่างกายวันละหน่อย 
เลือกกินอาหารไขมันน้อย ลดเสี่ยงโรคไขมันพอกตับได้

วิ่งลดไขมันพอกตับวันละนิด ขยับร่างกายวันละหน่อย เลือกกินอาหารไขมันน้อย ลดเสี่ยงโรคไขมันพอกตับได้

แน่นอนว่า การออกกำลังกาย ช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง และ ห่างไกลจากความเจ็บป่วย รวมถึงโรคต่างๆ ได้ ดังนั้นการออกกำลังกาย เพื่อลดไขมันพอกตับ ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรม ที่ทุกคนควรทำนั่นเอง ดังนั้นเราขอแนะนำ 5 วิธีออกกำลังกาย มาฝากเพื่อนๆ กัน

1. วิ่ง

วิ่งลดไขมันพอกตับ

ไม่ว่าเพื่อนๆ จะวิ่งลดไขมันพอกตับบนลู่วิ่งในฟิตเนส หรือ วิ่งลดไขมันพอกตับในสวนสาธารณะ พร้อมสูดอากาศบริสุทธิ์ ก็ช่วยลดไขมันพอกตับได้เป็นอย่างดี เนื่องจากการวิ่งเป็นการออกกำลังกาย ที่ใช้ร่างกายเคลื่อนไหวทุกส่วน ระบบเผาผลาญไขมันในร่างกาย และ หัวใจทำงานได้อย่างเต็มที่  โดยเพื่อนๆ ควรวิ่งในความเร็วระดับพอเหมาะ สวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายความร้อนได้ดี หรือ ใครที่วิ่งลดไขมันพอกตับไม่ไหว ก็สามารถเลือกเดินเร็วได้เช่นกัน เพราะการวิ่งลดไขมันที่ดี ไม่ใช่การวิ่งเร็ว แต่เป็นการวิ่งได้นาน เพื่อให้ระบบเผาผลาญ ได้นำไขมันที่สะสมในร่างกายทุกส่วน ออกมาใช้นั่นเอง

นอกจากนี้การวิ่งลดไขมันพอกตับ ยังช่วยทำให้ปอดแข็งแรง ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายดีขึ้น มวลกระดูกหนาแน่นขึ้น ข้อต่อแข็งแรง และ ช่วยลดความเครียดสะสมได้ด้วย เพราะผู้ป่วยหลายคนพอทราบว่า ตัวเองเป็นโรคไขมันพอกตับแล้ว ก็อาจมีความกังวลเกิดขึ้นภายในจิตใจนั่นเอง

2. โยคะ

โยคะเป็นอีกหนึ่งวิธีออกกำลังกาย ที่ช่วยลดไขมันพอกตับได้ดี ไม่แพ้วิ่งลดไขมันพอกตับ

การเล่นโยคะ เป็นอีกหนึ่งวิธีออกกำลังกาย ที่ช่วยลดไขมันพอกตับได้ดี ไม่แพ้วิ่งลดไขมันพอกตับเลย เนื่องจากการเล่นโยคะ ได้ใช้ร่างกายเคลื่อนไหวทุกสัดส่วน อีกทั้งยังช่วยกระตุ้น ระบบการทำงานของอวัยวะภายในร่างกายให้ดีขึ้น ทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรง มีความยืดหยุ่น มีสมาธิ และ ช่วยลดอาการปวดเมื่อยต่างๆ ได้ดีทีเดียว ยิ่งเพื่อนๆ เล่นโยคะในห้องที่เปิดโล่ง และ ไม่มีแอร์ จะยิ่งช่วยเผาผลาญไขมัน และ ลดไขมันพอกตับได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

3. เต้นแอโรบิค

เต้นแอโรบิค ช่วยรักษาไขมันพอกตับได้

การเต้นแอโรบิค หรือ การเข้าคลาสเต้นในรูปแบบต่างๆ ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีการออกกำลังกาย ที่ช่วยลดไขมันพอกตับได้ดีเช่นกัน อีกทั้งยังเป็นการออกกำลังกายที่สนุก เนื่องจากได้ออกกำลังกายตามเสียงเพลง กล้ามเนื้อมัดใหญ่ก็ทํางานเป็นจังหวะอย่างสม่ำเสมอ เมื่อร่างกายถูกเคลื่อนไหวเป็นจังหวะอย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยกระตุ้นระบบการเผาผลาญไขมัน ในทุกส่วนของร่างกาย และ ลดไขมันพอกตับได้ด้วยเช่นกัน

4. ปั่นจักรยาน

ปั่นจักรยาน ช่วยรักษาไขมันพอกตับได้

การปั่นจักรยาน เป็นอีกหนึ่งวิธีการออกกำลังกาย ที่ได้รับความนิยมมานาน ไม่ว่าเพื่อนๆ จะเลือกปั่นจักรยานในสวนสาธารณะ พื้นถนน หรือ ปั่นจักรยานในฟิตเนส ต่างก็ช่วยลดไขมันพอกตับ และ เสริมสร้างความแข็งแรง ให้กับกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ การปั่นจักรยาน ยังช่วยป้องกันโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูงได้ด้วย เนื่องจากระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น ทั้งนี้การเลือกปั่นจักรยานในฟิตเนส มีข้อดีกว่า การปั่นจักรยานบนพื้นถนน หรือ สวนสาธารณะ ตรงที่มีความปลอดภัยสูง ไม่ต้องเสี่ยงกับการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน และ เกิดแรงกระแทกน้อยกว่าอีกด้วย

5. ว่ายน้ำ

ว่ายน้ำ ช่วยรักษาไขมันพอกตับได้

การว่ายน้ำ เป็นการลดไขมันพอกตับได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น การว่ายท่าผีเสื้อ ท่ากรรเชียง ท่ากบ ท่าฟรีสไตล์ หรือ แม้กระทั่งการตีขาในน้ำ ก็ช่วยได้เช่นกัน ทั้งนี้การว่ายน้ำให้เกิดประสิทธิภาพดีนั้น ควรว่ายอย่างต่อเนื่อง และ หยุดพักแค่ 10 วินาที ก่อนเริ่มว่ายอีกครั้ง จากนั้นค่อยๆ เพิ่มความเร็ว เช่น ช้า 1 รอบ เร็ว 1 รอบ ช้า 2 รอบ เร็ว 2 รอบ เป็นต้น โดยว่ายหลายๆ ท่าผสมกันได้

5 วิธีออกกำลังกาย รักษาไขมันพอกตับ
วิ่งลดไขมันพอกตับ โยคะ เต้นแอโรบิค   ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ

แนะนำอาหารที่เหมาะกับคนที่เป็นไขมันเกาะตับ

แนะนำอาหารที่เหมาะกับคนที่เป็นไขมันเกาะตับ

นอกจากการวิ่งลดไขมันพอกตับ และ การออกกำลังกายแล้ว การเลือกรับประทานอาหาร อย่างถูกหลักโภชนาการยังมีส่วนช่วยทำให้ห่างไกลจากโรคไขมันพอกตับได้ด้วยเช่นกัน ดังนั้นเราขอแนะนำ วิธีการเลือกรับประทานอาหารที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็น อาหารชนิดใดที่ควรเลี่ยงบ้าง รวมไปถึงเมนูอาหารที่เหมาะกับคนที่เป็นไขมันเกาะตับ ให้เพื่อนๆ ได้ทราบกัน

1. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารรสจัด เช่น ยำไข่แดง ยำหมูยอกุ้งสด ส้มตำปูปลาร้า ปูไข่ดองน้ำปลา ฯลฯ  

2. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหาร ที่มีไขมันสูง เช่น ข้าวขาหมู คอหมูย่าง ไก่ทอด หมูสามชั้นทอดน้ำปลา เฟรนฟรายช์ ฯลฯ

3. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหาร ที่มีไขมันอิ่มตัวสูง เช่น เนย ครีม ชีส 

4. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะแอลกอฮอล์มีผลต่อตับโดยตรง

5. หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำอัดลม เนื่องจากมีปริมาณน้ำตาลสูง

6. หลีกเลี่ยงการรับประทานขนมหวาน และ มันฝรั่งทอดกรอบ

7. หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป เช่น ไส้กรอก หมูยอ

8. ผักที่สามารถนำมาประกอบ อาหารที่เหมาะกับคนที่เป็นไขมันเกาะตับได้ เช่น “กะหล่ำปลี” เนื่องจากมีกรดทาร์ทาริก (Tartaric Acid) สามารถยับยั้งไม่ให้น้ำตาล และ แป้ง ที่เรารับประทานเข้าไป กลายเป็นไขมันได้ “กระเทียม” ที่มีส่วนช่วยลดไขมันพอกตับได้ ลดระดับไขมันเลว ไตรกลีเซอไรด์ “ฟักทอง” ที่มีส่วนช่วยลดระดับไขมันในเลือด “แครอท” ที่มีส่วนช่วยบำรุงตับ เป็นต้น

9. ผลไม้ที่สามารถนำมาประกอบ อาหารที่เหมาะกับคนที่เป็นไขมันเกาะตับได้ เช่น อะโวคาโด ที่มีปริมาณไขมันดีสูง มีส่วนช่วยในการลดไขมันพอกตับและ ลดระดับคอเลสเตอรอลได้ เป็นต้น

10. เมนูอาหารที่เหมาะกับคนที่เป็นไขมันเกาะตับ เช่น แกงเลียง แกงจืดกะหล่ำปลี ต้มยำปลาน้ำใส แซลมอนอบสมุนไพร สลัดเต้าหู้น้ำใส เป็นต้น โดยหลักๆ แล้วให้เน้นการปรุงรสชาติให้น้อยที่สุด เน้นความหวานจากผักแทนนั่นเอง

11. หากเป็นคนติดกาแฟ ให้ดื่มกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล เพราะน้ำตาล ทำให้เกิดไขมันสะสม แต่กาแฟดำมีสารในกลุ่มไดเทอร์ปีน (Diterpene) และมีกรดคลอโรจีนิก (Chlorogenic Acid) ที่ช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ ช่วยลดความเสี่ยง ต่อการเกิดไขมันพอกตับ ลดพังผืดตับ ลดระดับคอเลสเตอรอล และ ความดันโลหิตสูงได้

12. หากเป็นคนติดน้ำหวาน ให้หันมาดื่มนมอัลมอนด์แทน เนื่องจากมีไขมันดี ช่วยลดไขมันเลวในร่างกาย หรือ จะเลือกดื่มน้ำเต้าหู้ ไม่ใส่น้ำตาลแทนก็ได้ เพราะถั่วเหลือง มีส่วนช่วยลดไขมัน และ ไตรกลีเซอไรด์ในตับได้เช่นกัน

 13. รับประทานข้าวกล้อง เพราะข้าวกล้องเป็นข้าวไม่ขัดสี ยังอุดมไปด้วยวิตามิน และ แร่ธาตุต่างๆ มากมาย ที่มีส่วนช่วยลดการสะสมของไขมัน ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคไขมันพอกตับ โรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคความดันโลหิตสูง และ โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยเฉพาะ หากต้องการนำข้าวกล้องไปผัด เป็นเมนูเพื่อสุขภาพ ก็ควรเลือกใช้น้ำมันรำข้าวจะดีที่สุด

14. หากชอบรับประทานขนมปัง ก็ควรเลือกขนมปังธัญพืช (Whole Grain Bread) ที่ทำจากเมล็ดพืชต่างๆ หรือ ธัญพืชที่ไม่ผ่านการขัดสีเช่นกัน

เมนูอาหารที่เหมาะกับคนที่เป็นไขมันเกาะตับ
1. แกงเลียง
2. ต้มยำปลาน้ำใส
3. แซลมอนอบสมุนไพร
4. สลัดเต้าหู้น้ำใส
5. ข้าวกล้องอบธัญพืช
6. กะหล่ำปลีนึ่ง
7. อะโวคาโด้
8. กาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล
9. นมอัลมอนด์
10. ธัญพืชต่างๆ

โรคไขมันพอกตับเป็นแล้วรักษาอย่างไรดี

โรคไขมันพอกตับเป็นแล้วรักษาอย่างไรดี

เมื่อทราบว่า ตัวเองเป็นโรคไขมันพอกตับแล้ว นอกจากการวิ่งลดไขมันพอกตับ และ การออกกำลังกาย ที่จะช่วยทำให้ร่างกายดีขึ้น การรักษายังตามหลักทางการแพทย์ ก็ยังจำเป็นอยู่เช่นกัน ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น การรักษาไขมันพอกตับด้วยแพทย์แผนปัจจุบัน แพทย์แผนไทย แพทย์แผนจีน ฯลฯ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์ ระดับความรุนแรงของโรค และ วิจารณญาณของผู้ป่วยเอง แต่หากใครเป็นสายคลีน เน้นธรรมชาติบำบัด และ ไม่อยากให้มีสารเคมีตกค้างในร่างกาย เราขอแนะนำ การรักษาไขมันพอกตับด้วยศาสตร์แพทย์แผนไทย นั่นก็คือ การรับประทานยาสมุนไพรรักษาไขมันพอกตับนั่นเอง

การรับประทานยาสมุนไพรรักษาไขมันพอกตับนั้น ควรเลือกที่สกัดจากสมุนไพร 100% เพื่อไม่ต้องเสี่ยงกับสารเคมีตกค้างในร่างกาย การดื้อยาระหว่างรับประทาน และ หลังเลิกรับประทาน เพื่อความปลอดภัยของร่างกายขั้นสูงสุด อย่างสมุนไพรรักษาไขมันพอกตับ ตรีผลา FORTE โดยหมออรรถวุฒิ” คือหนึ่งในตัวเลือก การรักษาไขมันพอกตับ ที่ได้รับความนิยมจากผู้ป่วยโรคไขมันพอกตับเช่นกัน

สมุนไพรรักษาโรคไขมันพอกตับตรีผลา FORTE
ลดไขมันพอกตับ 
ลดคอเลสเตอรอล
ลดไตรกลีเซอไรด์
ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ความดันก็ทานได้
ดูแลทุกเรื่องตับพร้อมปรับสมดุลระบบภายใน

สมุนไพรรักษาไขมันพอกตับตรีผลา FORTE โดยหมออรรถวุฒิ ไม่ได้มีดีแค่รักษาไขมันพอกตับเท่านั้น แต่ยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ ไขมันอุดตันในเส้นเลือด ล้างพิษตับ น้ำเหลืองเสีย ปรับสมดุลการขับถ่าย ลดไขมันหน้าท้อง ลดน้ำตาล ปรับสมดุลความดัน ฯลฯ ด้วยกลไกของตัวยา ที่จะขับออกทางระบบน้ำดี และ ขับทิ้งทางอุจาระ ทำให้ไขมันในเลือดค่อยๆ ลดลงตามอย่างปลอดภัย ทำให้ตับไม่มีไขมันพอกอยู่ ตับอ่อนสามารถทำงานได้ดี อินซูลินที่หลั่งจากตับอ่อน ก็ดีขึ้นตามลำดับด้วย เรียกได้ว่าดูแลลงลึกถึงระบบภายในทุกส่วน จะป่วย หรือ ไม่ป่วย ก็สามารถรับประทานเพื่อบำรุงร่างกาย และ ป้องกันการเกิดโรคได้ดีทีเดียว สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่นี่

หากมีข้อสงสัยใดๆ เพิ่มเติม สามารถคอมเม้นท์สอบถามได้ เรามีเภสัชกร และ ผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาทุกปัญหาสุขภาพ


แชร์ได้เลยค่ะ

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Scroll to Top