ไขข้อเท็จจริง ตรวจไขมันพอกตับ จำเป็นมากแค่ไหน

ไขข้อเท็จจริง​ ตรวจไขมัน​พอก​ตับ จำเป็น​​มากแค่ไหน

แชร์ได้เลยค่ะ

การตรวจไขมันพอกตับ เป็นหนึ่งในขั้นตอนการดูแลสุขภาพ ที่คนส่วนใหญ่มองข้าม เพราะคิดว่าคงไม่เกิดขึ้นกับตัวเอง ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะว่า อาการไขมันพอกตับ เป็นภัยเงียบ ที่ค่อย ๆ ก่อตัวภายในร่างกาย ใช้ระยะเวลาการดำเนินโรคนานนับสิบปี โดยในช่วงแรก จะไม่แสดงอาการ​ผิดปกติใด ๆ ออกมาเลย ทำให้เรายังคงใช้ชีวิตได้ตามปกติ และจะค่อย ๆ อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เบื่ออาหาร ปัสสาวะเหลือง ปวดเมื่อยตามตัว บางคนกว่าจะรู้ตัวว่า ตัวเองเป็นไขมันพอกตับ ร่างกายก็ทรุดโทรมอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เราต้องเสียเงิน เสียเวลา ​ในการรักษา ไขมันพอกตับตอนอาการหนักแล้ว ดังนั้นวันนี้เราจะมาพูดถึงความจำเป็น ในการตรวจไขมันพอกตับ ว่า​จำเป็นมาก – น้อย แค่ไหน และ การตรวจไขมัน​พอก​ตับ​ ราคาแพงไหม ไม่ตรวจได้หรือเปล่า และ เราจะป้องกันอาการไขมันพอกตับได้อย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดขึ้นกับตัวเอง

อย่าชะล่าใจ! ไขมันพอกตับอันตราย ไม่แสดงอาการ ไม่ได้แปลว่า ไม่เป็น 
ตรวจไขมันพอกตับไว้ก่อน ชัวร์กว่า

ทำไมถึงต้องตรวจไขมันพอกตับ

คำถาม : ทำไมถึงต้องตรวจไขมันพอกตับ?
คำตอบ : เพราะตับเป็นอวัยวะสำคัญมาก ช่วยกำจัดสิ่งแปลกปลอม ผลิตน้ำดี เป็นแหล่งสะสมพลังงาน หากสุขภาพตับไม่ดี จะเสี่ยงต่อการเกิดโรคอื่น ๆ ตามมาได้

คำถาม : ตรวจไขมันพอกตับจำเป็นแค่ไหน ไม่ตรวจได้หรือเปล่า?

คำตอบ : อย่างที่กล่าวไปตอนต้นว่า อาการไขมันพอกตับ เป็นภัยเงียบที่ก่อตัวขึ้นในร่างกาย กว่าจะทราบว่าป่วยเป็นไขมันพอกตับ ก็สายเสียแล้ว หากคุณตรวจสุขภาพประจำปี เป็นประจำทุกปีอยู่แล้ว ก็จะทราบค่าไขมันพอกตับได้ ว่าเป็นปกติหรือไม่ แต่หากคุณไม่เคยตรวจสุขภาพประจำปีเลย เราแนะนำให้ ตรวจไขมันพอกตับ เพราะถือเป็นเรื่องสำคัญ หากสุขภาพตับไม่ดี จะเสี่ยงต่อการเกิดโรคอื่น ๆ ตามมาได้ เพราะตับ มีหน้าที่สำคัญหลายอย่าง เช่น

  • ตับช่วยขจัดสิ่งแปลกปลอม ​และ สารพิษ 

ตับ เปรียบเสมือน​ “โรงงานกำจัดขยะ” เป็นอวัยวะ​ที่มีความสำคัญ​มากที่สุดชิ้นหนึ่งของร่างกาย​ เพราะเมื่อเรารับประทาน​อาหาร ​หรือ ยาบางชนิดเข้าไป ตับจะทำหน้าที่ คัดกรองเอาแต่สารอาหาร และ วิตามิน ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย​ไว้ และ กำจัด​สิ่งตกค้างออกไป เพื่อไม่ให้สิ่งแปลกปลอม​ และ สารพิษหลงเหลือ จนเกิดปัญหา​สุขภาพ​อื่น ๆ ตามมาในอนาคต

  • ตับเป็นแหล่งสะสมสารอาหาร​ เอาไว้ใช้ยามจำเป็น

นอกจากตับจะทำหน้าที่ กำจัด​ของเสียแล้ว ตับยังทำหน้าที่กักเก็บพลังงานสำรอง เอาไว้ให้ร่างกาย​ยามฉุกเฉิน โดยส่วนมาก ตับจะทำการแปลงสารอาหาร ที่เรารับประทาน​เข้าไป ให้อยู่ในรูปแบบของไขมัน หรือ ไกลโคเจน เพื่อให้ร่างกายได้นำไปใช้ได้เลยทันที ซึ่งหน้าที่สะสมพลังงาน​ของตับนี่แหละ ที่เป็นสิ่งที่คุณควรให้ความใส่ใจเป็นอย่างมาก​ เพราะถ้าหากตับของคุณ สะสมไขมันไว้มากเกินปริมาณ​ที่จำเป็น​ จะทำให้คุณเข้าสู่ ​ภาวะไขมันพอกตับได้ โดยไม่รู้ตัว 

  • ตับทำหน้าที่ผลิตน้ำดี

อีกหนึ่งหน้าที่สำคัญของตับ ก็คือ การผลิตน้ำดี เพื่อกำจัด และ ย่อยสลาย​ไขมันที่สะสมอยู่ในบริเวณ​ลำไส้​เล็ก ทำให้ระบบทางเดินอาหาร ​และ ระบบการขับถ่ายของคุณไม่อุดตัน สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จากข้อมูลข้างต้น ​จะเห็นได้ว่า ตับ เป็นอวัยวะที่มีความสำคัญกับร่างกาย​มาก แทบจะเรียก ได้ว่า เป็นศูนย์กลาง ​ของพลังงาน และ เป็นแหล่งกำจัดของเสีย​เลยก็ได้ ดังนั้นเห็นแล้วใช่ไหมว่า การดูแลสุขภาพตับ เป็นสิ่งสำคัญ และ การตรวจไขมันในตับ ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเลยจริง ๆ 

เมื่อไหร่ ที่ควรตรวจไขมันพอกตับ

คำถาม : เมื่อไหร่ ที่ควรตรวจไขมันพอกตับ
ตอบ : ตรวจได้ทันที โดยไม่ต้องรอ

คำถาม : เมื่อไหร่ ที่ควรตรวจไขมันพอกตับ?  

คำตอบ : การตรวจไขมันพอกตับ สามารถตรวจได้ทันที โดยไม่ต้องรอ แต่หากว่าคุณเป็นกลุ่มเสี่ยงดังนี้ แล้วไม่เคยตรวจสุขภาพ ไม่เคยตรวจไขมันในตับ แนะนำให้รีบไปตรวจทันที

1. บุคคลในครอบครัวเคยเป็นโรคไขมันพอกตับ

หากคุณ​มีคนในครอบครัว ​เคยเป็นโรคไขมันพอกตับ ตลอดจนมีปัญหาโรคตับ ที่ร้ายแรง​กว่านั้น เช่น โรคตับแข็ง โรคตับโต โรคตับอักเสบ​ ถือว่า คุณมีความเสี่ยง ที่จะเป็นโรค​ไขมัน​พอกตับได้ง่าย 

2. น้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน หรือ เป็นโรคอ้วน

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ผู้ที่เป็​นโรคอ้วน มีความเสี่ยงเกิดปัญหาสุขภาพมากมาย​ ดังนั้นจำเป็นต้องเข้ารับการตรวจไขมันพอกตับ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม​การใช้ชีวิต​ และ พยายามควบคุมน้ำหนัก ให้มีค่าดัชนีมวลกายอยู่ที่ BMI 23 – 25 เพื่อลดความเสี่ยงในการเป็นไขมันพอกตับนั่นเอง 

3. ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ

การดื่มเครื่อง​ดื่ม​แอลกอฮอล์​ เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เป็นไขมันพอกตับ ดังนั้นหากคุณเป็นคนชอบดื่ม จำเป็นอย่างมากที่จะต้องตรวจไขมันพอกตับ 

4. ป่วยเป็นโรคเบาหวาน​

โรคเบาหวาน เป็นอีกหนึ่งโรคที่มีทั้งค่าน้ำตาล และ ค่าไขมันในเลือด​สูง​ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทำให้ตับของคุณ ยิ่งต้องทำงานหนักมากขึ้นไปอีก ดังนั้นถ้าคุณ​รู้ตัวว่า เป็นเบาหวาน​ เราแนะนำ​ให้คุณ​ตรวจไขมันพอกตับด้วย

5. ชอบทานของมัน ของทอด อาหารไขมันสูง น้ำหวาน

อาการไขมันพอกตับ สามารถเกิดขึ้นได้กับผู้ที่มีพฤติกรรม ชอบทานของมัน ของทอด อาหารฟาสฟู้ด อาหารที่มีไขมันสูง ชอบทานแป้ง อาหารที่มีรสเค็ม ขนมขบเคี้ยว ขนมหวาน ดื่มน้ำอัดลม น้ำหวาน หรือ ชานมบ่อย ๆ ถือว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดเช่นกัน หากคุณเป็นพวกชอบทานสิ่งเหล่านี้ล่ะก็ แนะนำให้ไปตรวจไขมันพอกตับด้วยเช่นกัน  

นอกจากกลุ่มเสี่ยงเบื้องต้น​ ที่ควรไปตรวจไขมันในตับแล้ว หากคุณมีอาการเหล่านี้ เราแนะนำให้ไปตรวจไขมันในตับเช่นกัน เพราะถือว่าเสี่ยงสูง ต่อการเป็นโรคไขมันพอกตับ เพื่อที่จะได้ทราบผลแน่ชัด และ หาวิธีการ​รักษา ไขมันพอกตับก่อนสายเกินแก้

  • รู้สึกเจ็บ หรือ จุกเสียด บริเวณ​ใต้ซี่โครง​ขวา บ่อยครั้ง​
  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ 
  • รู้สึกอ่อนเพลีย ไม่มีแรง ไม่กระปรี้กระเปร่า ​เหมือนอย่างเคย
  • เบื่ออาหาร 
  • น้ำหนักลดลงไม่ทราบสาเหตุ
  • มีอาการ คลื่นไส้​  
  • มีอาการมึนงง หรือ สมาธิในการทำงานลดลง ​อย่างเห็นได้ชัด​
  • ตัวเหลือง ตาเหลือง หรือ เป็นดีซ่าน
  • อุจจาระปนเลือด 
  • อาเจียนเป็นเลือด 
  • ข้อมือ ข้อเท้าบวม

ตรวจไขมันพอกตับ ราคาแพงไหม มีกี่วิธี

คำถาม :  ตรวจไขมันพอกตับ ราคาแพงไหม มีกี่วิธี
คำตอบ : ราคาขึ้นอยู่กับเทคนิคการตรวจ เช่น ตรวจเลือดดูค่าเอ็นไซม์ตับ การอัลตร้าซาวด์ ตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ตรวจเครื่อง FIBROSCAN

คำถาม : ตรวจไขมันพอกตับ ราคาแพงไหม มีกี่วิธี

คำตอบ : ปัจจุ​บัน การตรวจไขมันพอกตับ มีเทคโนโลยี สำหรับการตรวจหลายวิธี เช่น

1. ตรวจเลือดดูค่าเอ็นไซม์​ตับ

การตรวจเลือด สามารถวิเคราะห์ ​และ คัดกรองอาการเจ็บป่วย ​ของร่างกายได้แทบจะทุกโรค รวมไปถึง สามารถ ​ตรวจไขมันพอกตับได้ด้วย โดยแพทย์จะทำการนำตัวอย่างเลือดของคุณ ไปวิเคราะห์หาค่าเอ็นไซม์​ตับ (Asparate aminotransferred -​AST)​ ว่า สูงเกินค่ามาตรฐาน ​หรือ เกิน ค่าตับสูง เกิน 40 U/L หรือไม่ หากเกิน แสดงว่า​คุณ​มีภาวะเสี่ยงที่จะเป็นโรคไขมัน​พอกตับ โดยค่าใช้จ่ายการตรวจไขมัน​พอก​ตับ​ ราคาเริ่มต้นที่ 6xx บาทขึ้นไป สำหรับโรงพยาบาล​ หรือ สถานพยาบาล​เอกชน

2. การอัลตร้าซาวด์​ (Ultrasound)

การอัลตร้าซาวด์​ เป็นการตรวจดูขนาด และ รูปร่างลักษณะของตับ ว่ามีความผิดปกติหรือไม่ วิธีนี้เป็นวิธีที่ สำคัญมากในการตรวจไขมันพอกตับ เพราะโดยปกติแล้ว ตับของคนทั่วไป จะมีขนาดประมาณ 1 กิโลกรัม ​และ มีลักษณะ​พื้นผิวเรียบ หากตับของคุณโต หรือ มีลักษณะ​ที่ใหญ่ขึ้น บวกกับ มีพื้นผิวขรุขระ​ แปลว่า ตับของคุณเสี่ยงต่อการเป็นโรคไขมัน​พอกตับ และ อาจลุกลามกลายเป็นตับแข็งได้ ค่าใช้จ่ายสำหรับการอัลตร้าซาวด์ ​ตรวจไขมัน​พอก​ตับ​ ราคาเริ่มต้น​ที่​ 8xx บาทขึ้นไป สำหรับโรงพยาบาล​ หรือ สถานพยาบาล​เอกชน

3. ตรวจไขมันพอกตับ ด้วยคลื่น​แม่เหล็ก​ไฟฟ้า​ (MRI)​

การตรวจไขมัน​พอก​ตับ ด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า วิธี​นี้จะค่อนข้างละเอียด และ สามารถ​ชี้ชัดถึงสภาวะไขมันพอกตับได้มากกว่า การอัลตร้าซาวด์​ อีกทั้งยังสามารถ​ตรวจดูลักษณะ​พื้นผิวของตับ ว่ามีผังผืด ซึ่งเป็นสาเหตุ​ของ โรค​ตับ​แข็ง​ และ โรคมะเร็ง​ตับ ร่วมด้วยหรือไม่ โดยค่าใช้จ่าย​ใน​การ​ตรวจไขมัน​พอก​ตับ​ ราคา​เริ่มต้นที่ 8,xxx บาทขึ้นไป สำหรับโรงพยาบาล​ หรือ ​สถานพยาบาล​เอกชน​

4. ตรวจไขมันพอกตับด้วย FIBROSCAN

ตรวจไขมันพอกตับด้วย FIBROSCAN เป็นเทคโนโลยี​ใหม่ล่าสุด ที่ใช้วิเคราะห์ ตรวจไขมันพอกตับ โดยเครื่อง FIBROSCAN จะทำการปล่อยคลื่นเสียง​เข้าไป เพื่อดูปฏิกิริยา​ของเนื้อตับว่านุ่มเด้ง หรือ แข็ง กว่าปกติ หรือ ไม่ นอกจากนี้ เครื่อง FIBROSCAN ยังสามารถ​วิเคราะห์​ค่าไขมันในตับได้อย่างแม่นยำ โดยที่คุณไม่ต้องเจ็บตัวเลย เครื่อง FIBROSCAN จะมีค่าใช้​จ่าย ​ในการตรวจไขมัน​พอก​ตับ​ ราคาเริ่มต้นที่ 2,XXX บาทขึ้นไป สำหรับ โรงพยาบาล ​หรือ ​สถานพยาบาล​เอกชน​

นอกจากนี้ ยังมีวิธีตรวจไขมันพอกตับอื่น ๆ อีก เช่น 

  • ตรวจระดับไขมันในเลือด เพื่อดูค่าคอเลสเตอรอล (Cholesterol) และ ไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) 
  • ตรวจระดับน้ำตาลสะสมในเลือด 
  • ตรวจไวรัสตับอักเสบทุกชนิด 
  • ตรวจความผิดปกติของตับ ด้วยการเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan)

ไม่ตรวจไขมันพอกตับ ได้หรือไม่

คำถาม : ไม่ตรวจไขมันพอกตับ ได้หรือไม่
คำตอบ :  การตรวจไขมันพอกตับ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแต่ละคน ไม่สามารถบังคับได้ แต่สิ่งสำคัญที่ต้องรู้ คือ หากเป็นไขมันพอกตับ จะเสี่ยงต่อการเกิดโรคอื่น ๆ ได้ เช่น 
โรคตับอักเสบ 
โรคตับแข็ง 
โรคตับวาย 
โรคมะเร็งตับ  
โรคสมองจากโรคตับ 
โรคดีซ่าน 
โรคท้องมาน

คำถาม : ไม่ตรวจไขมันพอกตับ ได้หรือไม่?

คำตอบ : การตรวจไขมันพอกตับ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแต่ละคน แต่สิ่งสำคัญที่เราอยากให้ทุกคนทราบ คือ โรคไขมันพอกตับ หากเป็นแล้วไม่รักษา ไขมันพอกตับให้ดี จะเสี่ยงต่อการเกิดโรคอื่น ๆ ได้ในอนาคต เช่น

  • โรคตับอักเสบ 
  • โรคตับแข็ง 
  • โรคตับวาย 
  • โรคมะเร็ง​ตับ  
  • โรคสมองจากโรคตับ 
  • โรคดีซ่าน 
  • โรคท้องมาน 

ดังนั้น หากคุณ ไม่อยากเผชิญ​กับโรคร้ายเหล่านี้ ​คุณควรที่จะหันมาใส่ใจ​สุขภาพ และ​ทำการตรวจสุขภาพ ตรวจไขมัน​พอก​ตับ ​เป็นประจำ

ดูแลตัวเองตามนี้ ลดเสี่ยงไขมันพอกตับได้

  • งดดื่มเครื่อง​ดื่ม​แอลกอฮอล์​ ซึ่งเป็นตัวต้นเหตุ ที่ทำให้ตับของคุณทำงานหนัก ไขมันสะสมในตับ จนเข้าสู่ภาวะไขมันพอกตับ และอาจลุกลาม ไปสู่การเป็นโรคตับแข็ง​ได้
  • งดดื่มน้ำอัดลม น้ำหวาน เพราะมีส่วนผสมของน้ำตาลสูง
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เช่น อาหารฟาสต์ฟู้ด ของทอด ชีส เนื้อสัตว์ติดมัน ที่จะไปเพิ่มภาระให้ตับของคุณ ต้องทำงานกำจัดของเสียหนักมากขึ้น 
  • เลี่ยงการทานข้าวขัดสี แป้ง และน้ำตาล เพราะตับสามารถ​ดูดซึมน้ำตาลจากอาหารเหล่านี้ได้ทันที แนะนำให้ทานข้าวไม่ขัดสีแทน เช่น ข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอรี
  • หมั่นออกกำลังกาย​อย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 30 นาที เพื่อเผาผลาญไขมัน ปรับสมดุลไขมันในตับ และ ลดความเสี่ยงของการเกิด โรคไขมัน​พอก​ตับได้
  • ทานผัก และ ผลไม้​น้ำตาลน้อย แต่มีกาก​ใย​สูง เช่น​ ชมพู่ ฝรั่ง เพื่อช่วยในการขับถ่าย  
  • ไม่รับประทานอาหารรสจัด
  • ไม่สูบบุหรี่

ทานยาสมุนไพรรักษาโรคไขมันพอกตับ ลดโอกาสเสียเงินตรวจไขมันพอกตับ​ได้ 

คุณรู้หรือไม่ว่า ปัจจุบันไม่มียาแพทย์แผนปัจจุบันขนานไหน ที่มีกลไกไปลดไขมันตับ ได้โดยตรง ดังนั้นหากป่วยเป็นโรคไขมันพอกตับ แพทย์จะทำการจ่ายยา ในกลุ่มสแตติน (Statins) ให้ผู้ที่เป็นไขมันพอกตับแทน โดยยาในกลุ่มนี้ จะไปช่วยลดไขมันในเลือด ยับยั้งกระบวนการสังเคราะห์ที่ตับ ไม่ให้เปลี่ยนมาเป็นไขมันเลว (LDL) คอเลสเตอรอล และ ไตรกลีเซอไรด์ แต่ไขมันในตับ จะยังคงอยู่ 

เลิกเสียเงินตรวจไขมันพอกตับบ่อย ๆ อีกต่อไป ตรีผลา FORTE ดูแลครบ จบทุกปัญหาไขมันพอกตับ
ลดไขมันพอกตับ 
ลดคอเลสเตอรอล น้ำตาลในเลือด ไตรกลีเซอไรด์ ไขมันในเลือด
ล้างเมือกมัน ตะกรันในลำไส้ 
ล้างพิษตับ น้ำเหลืองเสีย 
ขับไขมันสะสม ของเสีย พิษต่าง ๆ  
อินซูลินหลั่งดี

แต่ยาสมุนไพรรักษาโรคไขมันพอกตับนั้น สามารถช่วยรักษา ไขมันพอกตับได้อย่างตรงจุด คนที่ไม่เป็นไขมันพอกตับ ก็สามารถทานได้ เพราะสกัดจากสมุนไพร ทำให้คุณลดโอกาสเสียเงินในการตรวขไขมันพอกตับได้ด้วย โดยเฉพาะ าสมุนไพรรักษาโรคไขมันพอกตับ ตรีผลา FORTE จาก ศูนย์แพทย์แผนไทย หมออรรถวุฒิ เป็นสูตรตำรับเฉพาะ ลิขสิทธิ์เฉพาะของศูนย์แพทย์แผนไทย หมออรรถวุฒิ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น “ยา” แสดงถึงประสิทธิภาพ ในการรักษา ไขมันพอกตับได้จริง แตกต่างจากอาหารเสริม อีกทั้งมีมาตรฐานกระบวนการผลิตสูง ภายใต้ทีมแพทย์ และ เภสัชกร มีการรับรองจาก อย. แล้วว่า ปลอดภัยจริง เนื่องจากสกัดจากสมุนไพร 100% มากกว่า 22 ชนิด เช่น 

  • สารสกัดจากทองพันชั่งดอกขาว และ ทองพันช่างดอกเหลือง ที่มีส่วนช่วยในการฟอกเลือด ปรับสมดุลความดันโลหิต ขับปัสสาวะ ขับของเสียในไต ลดอาการบวมน้ำ
  • สารสกัดจากสมอทั้ง 5 คือ สมอไทย สมอภิเภก สมอเทศ สมอดีงู สมอทะเล ที่มีส่วนช่วยลดไขมันพอกตับ ล้างพิษในตับ ล้างไขมันเกาะตับ ล้างไขมันในเลือด ลดคอเลสเตอรอล และ ไตรกลีเซอไรด์ ปรับสมดุลความดัน เป็นต้น
  • สารสกัดดอกคำฝอย ดีปลี ขิงแห้ง เจตมูลเพลิง กระวานเทศ ที่มีส่วนช่วยในการลดไขมันส่วนเกิน ลดระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยในเรื่องการเผาผลาญไขมันในร่างกาย และ ลดความดัน
  • สารสกัดจากสมุนไพรชนิดอื่น ๆ เช่น ลูกจันทน์ ชุมเห็ดไทย กานพลู แสมสาร แก่นขี้เหล็ก ฯลฯ

โดยส่วนผสมจากสมุนไพรรักษาโรคไขมันพอกตับ ที่อยู่ใน ตรีผลา FORTE ทั้งหมดนี้ จะทำหน้าที่ในการดูแลตับ และ อวัยวะภายใน เช่น

  • ช่วยลดคอเลสเตอรอล ลดระดับน้ำตาลในเลือด ไตรกลีเซอไรด์ ไขมันในเลือด ไขมันอุดตันในเส้นเลือด
  • ล้างไขมันในตับ แล้วขับออกทางระบบน้ำดี และ ขับทิ้งทางอุจจาระ ทำให้ไขมันในเลือดค่อย ๆ ลดลงตาม อย่างปลอดภัย
  • ช่วยล้างเมือกมัน ตะกรันในลำไส้ ล้างพิษตับ ล้างน้ำเหลืองเสีย ขับไขมันสะสม ของเสีย พิษต่าง ๆ  
  • ทำให้ตับไม่มีไขมัน ตับอ่อนทำงานได้ดี อินซูลินที่หลั่งจากตับอ่อน ก็ดีขึ้นตามลำดับด้วย 
  • ร่างกายถูกปรับสมดุล ตามหลักธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ตามหลักแพทย์แผนไทย ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น หลอดเลือดที่ตีบ ปลายหลอดเลือดที่แข็ง จะได้รับการฟื้นฟู 
  • ช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกาย ลดน้ำหนัก ตามสมดุลธรรมชาติ
  • ช่วยปรับสมดุลขับถ่าย ให้เป็นปกติ ไม่เกิดของเสียสะสม ไขมันสะสม
  • ช่วยบำรุงปลายประสาท แขน ขา แก้อาการชาปลายมือ และ เท้า 
  • ลดอาการบวมน้ำ 
  • ช่วยทำให้สดชื่น กระปรี้กระเปร่า
  • ต้านอนุมูลอิสระ ชะลอวัย 
  • สามารถทานระยะยาวได้ เป็นการฟื้นฟูลึกถึงต้นเหตุ ของโรคไขมันพอกตับ อย่างลงลึก ละเอียดอ่อน ดีระยะยาว

สำหรับใครที่ทานยารักษา ไขมันพอกตับ แผนปัจจุบันอยู่ ก็สามารถทานคู่กันไปได้เลย เพราะจะส่งผลให้ลดปริมาณยารักษา ไขมันพอกตับ แผนปัจจุบันลงเรื่อย ๆ จนดีได้เอง โดยไม่ต้องพึ่งยาไปตลอดชีวิต ช่วยแก้ผลข้างเคียง ของการทานยาแผนปัจจุบัน ทำให้ค่าตับ ไตดีขึ้น ไม่เสื่อมเร็ว สามารถไปตรวจแลปซ้ำได้เลย จะพบว่าค่าตับค่อย ๆ ดีขึ้น นอกจากนี้ ไม่จำเป็นต้องมีอาการไขมันพอกตับครบทุกอย่าง หรือ ยังไม่ได้เป็นอะไรก็ทานได้เลย สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่นี่

หากมีข้อสงสัยใด ๆ เพิ่มเติม สามารถคอมเม้นท์สอบถามได้ เรามีเภสัชกร และ ผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาทุกปัญหาสุขภาพ


แชร์ได้เลยค่ะ
Scroll to Top